แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดหย่อนภาษี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดหย่อนภาษี แสดงบทความทั้งหมด

11 ธันวาคม 2555

งานมหกรรมลดภาษีนาทีสุดท้าย ด้วย LTF-RMF


จัดมาให้อีกหนึ่งงาน สุดท้ายท้ายสุดแล้ว ใครยังไม่ได้ซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษีอีก ตามไปถล่มกันได้ที่งาน นอกจากนี้ก็ยังมีกองทุนอื่นๆให้เลือกช้อปปิ้งด้วยน้า

มหกรรมลดภาษีนาทีสุดท้าย ด้วย LTF-RMF 
20-23 ธค.55 เวลา 10.00 - 20.00 น. 
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนอีเดน ชั้น 1





โปรโมชั่นในงาน





ถ้ามันเล็กมาก ตามไปดาวน์โหลดกันได้ที่นี่เลยนะคะ (ไฟล์จะเป็นไฟล์ .Zip)
www.thaimutualfundnews.com หรือ www.set.or.th

จริงๆไม่สนับสนุนเลยนะเนียะ ใครมาซื้อเอาตอนนาทีสุดท้ายเนียะ ดูสิ ราคาขึ้นมาสู๊ง สูงละ อ้อ แล้วยังไงก็อย่าเห็นแก่การตลาดของแต่ละที่กับของแจกเล็กๆน้อยๆ นะคะ อย่างที่เคยบอกไปแล้ว เราต้องถือ LTF ไปถึง 5 ปี ปฎิทิน ก็นานพอที่จะแสวงหากำไรได้อีกต่อนอกจากแค่เอามาลดหย่อนภาษี ถ้ายังไงก่อนตัดสินใจ ดูผลดำเนินงานของกองทุนที่เราจะเลือกนิดนึงนะคะ รายละเอียดตามที่เคยเขียนไปแล้วตามไปอ่านได้จ้า --> เลือกซื้อ LTF ยังไงดี

ที่มา: www.thaimutualfundnews.com

10 ธันวาคม 2555

เงินฝากดอกเบี้ยสูง ที่ Thailand smart money เซ็นทรัลเวิร์ล


มีโปรโมชั่นการเงินการลงทุนในงานมาแนะนำอีกแล้วจ้า
งานนี้จัดขึ้นวันที่ 13-16 ธค. 55 ชั้น 8 LIVE Hall เซ็นทรัลเวิลด์

ใกล้โค้งสุดท้ายของปีกันมาแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี ก็ไปงานนี้ได้
ใครที่อยากได้ดอกเบี้ยสูงๆ ก็เห็นมีเงินฝากดอกเบี้ยสูง 5 เดือน 5%ต่อปี ของ ธกส.ด้วย
ใครที่มองหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0% ต่อปี 9 เดือน ของ ธอส. ก็มีในงานนี้ด้วย

ใครกำลังมองหาแหล่งลงทุนอยู่ก็จัดไปนะคะ แล้วยังไงก็เตรียมเอกสารสามัญประจำบ้านไปให้พร้อมด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งตามไปทีหลัง อ้อ นอกจากนี้ในงานยังมีสัมมนาฟรีๆ ให้เข้าไปฟังด้วยนะเออ

"   ก้าวสู่ปีที่ 3 แล้วที่ Thailand Smart Money รวบรวมสุดยอดบริการทางการเงินการลงทุน จากสถาบันที่มาออกงานกว่า 30 แห่ง (Bank และ Non Bank, กองทุน, LTF/RMF, ทองคำ, ประกันชีวิต, ประกันภัย ฯลฯ) พร้อมฟังสัมมนาเรื่องหุ้น การลงทุนและทองคำฟรี และปรึกษาตัวต่อตัวกับกูรูด้านหุ้นในคลีนิกหุ้น..13-16 ธันวาคม 2555 ชั้น 8 ห้อง CentralWorld LIVE ศูนย์การค้า Central World "

ที่มา : http://www.facebook.com/smartmoneyevent
-------------------------------------------
โปรโมชั่นจากธนาคารอาคารสงเคราะห์


1) สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0% ต่อปีนาน 9 เดือน
2) เงินฝากประจำ 4 เดือน ดอกเบี้ย 3% ต่อปี (ฝากได้ตั้งแต่ 10,000 - 5,000,000 บาท)


โปรโมชั่นจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

"เงินฝากดอกเบี้ย 5% 5 เดือน (ต่อปี) ไม่จำกัดอายุ" โดยฝากเงินได้ตั้งแต่ 50,000 - 500,000 บาท

โปรโมชั่นจากที่อื่นๆ เช่น กสิกร ไทยพาณิชย์ เกียรติโยธิน เมื่องไทยประกันชีวิต ตามไปดูเพิ่มเติมได้นะคะ เห็นเค้าทะยอยเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ -> คลิก 

ตารางสัมมนา


ห้องสัมมนาของงาน Thailand Smart Money: ชั้น 8 LIVE Hall เซ็นทรัลเวิลด์ (ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยท่านสามารถ Walk ลงทะเบียนเข้าฟังสัมมนาโดยส่งชื่อ/นามสกุล และหัวข้อสัมมนาที่ท่านต้องการเข้าฟังมาที่ Inbox หรือ Post ในแฟนเพจ Thailand Smart Money)


วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2555
13.30-15.30 น. “คปภ. : ลงทุนอย่างไร โตไปไม่จน” โดยคุณอภิพงศ์ พงศ์เสาวภาคย์
16.00-17.00 น. “Smart key to Success…เตรียมตัวรับมือสู่ความสำเร็จด้านการเงิน ปี 56" โดยดร.ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2555
13.30-14.30 น. “มองโลก มองไทย 2556” โดยผศ.ดร.บุญธรรม  รจิตภิญโญเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความเสี่ยง เชิงบูรณาการ ธนาคารกสิกรไทย
15.00-16.00 น. “หน้าผาการคลัง วิกฤตโลก หยวน/ไม่หยวน” โดยรศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการสถาบัน ศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ
17.00-18.00 น. "ครบเครื่องเรื่องการลงทุนและการออม" โดยดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555
11.30 -12.30 น.  “จับทางไขความคิด บิ๊กกองทุนรวม” โดยคุณชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายตราสารทุน บลจ.เอ็มเอฟซี
13.30-15.00 น. “สูตรเด็ด วางแผน จัดพอร์ต ฝ่าวิกฤตหน้าผาการคลัง” โดยนายหมูบิน :คุณณาศิส ประเสริฐสกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์
15.30-17.00 น. “จัดพอร์ตลงทุนทองให้ถูกทิศ..พิชิตกำไรปี 2556 ได้ถูกทาง” โดยคุณพรรณงาม อารยวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทคลาสสิกโกลด์
ฟิวเจอร์ส
17.30-18.30 น. “สร้างเครดิตดี  กับเครดิตบูโร” โดยคุณสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2555
13.30-15.00 น. “ส่องหุ้น...เด่น-ดัง กับกระทิงอ้วน” คุณสมพงค์ เบญจเทพานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า
16.00-17.30 น. “เมนูหุ้นเด็ด...แซบเว่อร์” โดยเด็กแนว : คุณรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่กรุ๊ป
17.00-18.00 น. “ตรวจดวง  2556 : โลกไม่แตก เมืองไทยไม่เจ๊ง” โหรดอกเบี้ย

อัพเดทเพิ่มเติม
เอาใจวัยรุ่นกันหน่อย งานนี้มีศิลปินมาโชว์ตัวและร้องเพลงตามบูธต่างๆด้วยนะเออ เช่น ตุ้ย af, อั้ม อธิชาติ, หมอก้อง สรวิชญ์, โดม เดอะสตาร์, นท เดอะสตาร์, แกรนด์ เดอะสตาร์, กู๊ดและโอ๊ต KPN ใครเป็นแฟนคลับใครก็ตามไปกรี๊ดกร๊าดกันได้เลยน้า
เห็นเค้าว่างานนี้มีแจก "ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 2" ด้วย โดยจะจับรางวัลวันละ 2 รอบๆ ละ 1 เครื่อง (วันพฤหัส 13 ธันวา จับรางวัลรอบเดียว) รวม 4 วัน 7 เครื่อง
รอบการจับรางวัล
วันที่ 13 ธค. เวลาประมาณ 19.45 น. 1 รางวัล ส่วนวันที่ 14-16 ธค. จับรางวัล 2 รอบ รอบละ 1 รางวัล ..รอบแรกเวลาประมาณ 15.30 น. รอบ 2 เวลาประมาณ 19.45 น.


ที่มา: http://www.facebook.com/smartmoneyevent

15 ธันวาคม 2554

คำนวณ RMF LTF และภาษีเล่นๆกันดีกว่า



สำหรับใครที่อยากคำนวณเล่นๆ

เอ..จะซื้อ LTF RMF ดีไม๊น้า ในเว็บนี้มีตัวอย่างให้ดูเปรียบเทียบว่าถ้าซื้อกับไม่ซื้อช่วยประหยัดภาษีได้เท่าไร

เอ.. แล้วจะซื้อเท่าไรดีน้า ต้องลองไปเล่นดูแล้วจะได้คำตอบ

http://thaimutualfundnews.com/program/tax.html

11 กันยายน 2554

โปรโมชั่นกองทุน LTF และ RMF ของ บลจ.ทหารไทย



ใกล้เข้ามาอีกแล้วนะจ๊ะ เทศกาลถมเงินในกองทุนที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ วันนี้เอาโปรโมชั่นของ บลจ.ทหารไทยมาประเดิมให้ก่อน แล้วเดี๊ยวจะทยอยหาของ บลจ.อื่นๆมาให้นะจ๊ะ 

ขอลอกมาเลยละกันนะ รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ TMBAM call center 1725

ให้เงินของคุณเพิ่มค่า…เมื่อลงทุนในกองทุน RMF และ LTF
ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 30 ธันวาคม 2554
ทุกๆ 50,000 บาท รับเงินลงทุนเพิ่มค่าในกองทุนเปิดทหารไทยธนบดี 300 บาท*

* เงื่อนไขโครงการฯ

1.     รายการส่งเสริมการขายดังกล่าวนี้ จะคำนวณตามยอดซื้อและสับเปลี่ยนเข้าสุทธิในกองทุน RMF และ/หรือ LTF ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.ทหารไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน -30 ธันวาคม 2554 ทุกๆ 50,000 บาท ต่อ 1 เลขที่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Unit Holder) และจำกัดยอดเงินลงทุนสุทธิในกองทุน RMF และ/หรือ LTF ตามโครงการให้ไม่เกินประเภทละ 500,000 บาท ต่อบุคคล (ตามเลขที่บัตรประชาชน) ทั้งนี้ ยอดเงินลงทุนสุทธิตามโปรโมชั่นไม่สามารถทำการขาย สับเปลี่ยน หรือโอนเปลี่ยนมือ หรือโอนหน่วยลงทุนไปยัง บลจ. อื่นได้ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใดๆ ก่อนวันที่ 30 เมษายน 2555 ยกเว้นการสับเปลี่ยนระหว่างกองทุน RMF ด้วยกัน หรือ LTF ด้วยกันภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.ทหารไทย เท่านั้น

2.     สิทธิ์ในการรับเงินลงทุนเพิ่มค่าในกองทุนเปิดทหารไทยธนบดีจะนับจากยอดซื้อและสับเปลี่ยนเข้าสุทธิในกองทุน RMF และ/หรือ LTF ทุก ๆ 50,000 บาท ลบด้วยยอดการขายคืนหน่วยลงทุน สับเปลี่ยนออก หรือโอนหน่วยลงทุน RMF และ LTF ไปยัง บลจ. อื่น ยกเว้นการขายคืนที่ถูกต้องตามเงื่อนไขทางภาษีตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยจะคำนวณตามยอดเงินลงทุนสุทธิตามที่ บลจ. ทหารไทย กำหนด

3.     บลจ. ทหารไทย จะทำการโอนเงินลงทุนพิเศษในกองทุนเปิดทหารไทยธนบดีให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับสิทธิ์ตามรายการส่งเสริมการขายดังกล่าวภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 โดยผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้องมีบัญชีกองทุนเปิดทหารไทยธนบดีที่เปิดไว้กับ บลจ. ทหารไทย ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่เคยมีบัญชีกองทุนเปิดทหารไทยธนบดีมาก่อน จะต้องทำการเปิดบัญชีกองทุนเปิดทหารไทยธนบดีภายในวันที่ 30 เมษายน 2555 มิฉะนั้น บลจ.ทหารไทย จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว

4.     รายการส่งเสริมการขายนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุนกับ บลจ. ทหารไทย หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ร่วมโครงการกับ บลจ. ทหารไทย ยกเว้นลูกค้าที่เปิดบัญชีผ่านธนาคารทหารไทยทุกสาขา ซึ่งจะมีโครงการสนับสนุนการขายต่างหากโดยได้รับการสนับสนุนจาก บลจ.ทหารไทย บางส่วน

5.     บลจ. ทหารไทย ขอสงวนสิทธิ์วันทำการสั่งซื้อหน่วยลงทุน หรือเปลี่ยนแปลงของสมนาคุณที่มีมูลค่าเทียบเท่า และกำหนดระยะเวลาดำเนินการ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และคำตัดสินของ บลจ. ทหารไทย ไม่ว่าประเด็นใดๆ ให้ถือเป็นที่สุด
ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรศึกษาคู่มือภาษีของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.ทหารไทย หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

ที่มา: http://www.tmbam.com/ , http://www.tmbam.com/v2/th/fundNewsDetailPopup.php?id=737



20 ตุลาคม 2553

LTF กับ 5ปีปฎิทิน


ว่ากันง่ายๆอีกที LTF ก็คือกองทุนรวมรูปแบบหนึ่งที่พิเศษตรงที่ผู้ลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ก็มีเงื่อนไขด้วย ซึ่งเงื่อนไขที่เด่นที่สุดก็คือ

ใช้ลดหย่อนภาษีได้แค่ปีที่ซื้อ และเมื่อซื้อแล้วต้องถือไปอีก 5 ปีปฎิทินถึงจะขายหน่วยลงทุนนั้นได้
(ให้ถือไปอีก 5ปีปฎิทิน คือห้ามขาย ไม่ใช่ลงทุนเพิ่มทุกปีไป 5ปีนะ
)

5ปีปฏิทิน คืออะไร
ปกติถ้าเราพูดว่า 5 ปี เราจะหมายถึง การนับเดือนชนเดือน เช่น ถ้าเริ่มนับวันแรกเป็นวันที่ 1 ธ.ค. 2553 จะครบ 5 ปี ตอนวันที่ 30 พ.ย. 2558 แต่ถ้าเราบอกว่า 5 ปีปฏิทิน จะหมายถึงการนับจำนวนปีจากเฉพาะตัวเลขปี พ.ศ. ไม่ดูเดือน เช่น ถ้าเริ่มนับวันแรกเป็นวันใดก็ได้ในปี 2553 จะครบ 5 ปีปฏิทิน ตอนวันที่ 1 ม.ค. 2557

ดังนั้น ถ้าเราจะถือครอง LTF ให้สั้นที่สุด เราก็ซื้อ LTF วันที่ 31 ธ.ค. 2553 แล้วไปขายวันที่ 1 ม.ค. 2557 ก็จะถือเป็น 5 ปีปฏิทินแล้ว

แต่ก็ต้องระวังนิดนึง เพราะกองทุน LTF จะเปิดให้เราขายได้ แค่ 2 ครั้งต่อปี ในช่วงเวลาที่กองนั้นๆกำหนด เพราะฉะนั้น ถ้ากองที่เราซื้ออยู่ไม่ได้เปิดให้เราขาย ตอนต้นๆปี เราก็จะขายไม่ได้ ต้องรอไปจนถึงเวลาที่ทางกองทุนกำหนด

ส่วนวันที่ซื้อถ้าจะให้ครบปีปฎิทินเร็วๆ ก็ต้องดูว่าวันทำงานสุดท้ายของบลจ.ของปีนั้นเป็นวันที่เท่าไร ซึ่งก็อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มสำหรับคนที่ชอบมาซื้อปลายปีว่า โดยมากตลาดหุ้นราคาช่วงปลายปีมักจะสูงกว่าต้นหรือกลางปี (เพราะคนส่วนมากชอบมาซื้อ LTF กันตอนปลายปี ทำให้ราคายิ่งสูงขึ้น) ไม่ต้องงงว่าทำไมไปเกี่ยวอะไรกับตลาดหุ้น อย่าลืมว่า LTF หลักๆเลยคือเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้น ราคากองทุนมันก็ต้องอ้างอิงตลาดหุ้นเป็นธรรมดา

ถ้าขายก่อนจะเกิดอะไรขึ้น
เราจะต้องคืนเงินภาษีทั้งหมดที่ได้รับการยกเว้นในปีที่เราซื้อนั้น + ดอกเบี้ย และต้องนำกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนไปรวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย

เมื่อการผิดเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป และต้องดำเนินการดังนี้
1. ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไป เฉพาะยอดเงินลงทุนที่ขายคืนพร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน โดยนับตั้งแต่เดือน เมษายน ของปีที่ผู้ลงทุนยื่นขอยกเว้นภาษี จนถึงเดือนที่มีการยื่นคืนเงินภาษี ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรยื่นขอคืนเงินภาษีพร้อมเงินเพิ่มทันที ที่มีการทำผิดเงื่อนไขการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงรอบชำระภาษีตามปกติ
2. ต้องจ่ายภาษีของกำไรส่วนเกินทุน (capital gain) โดยนำกำไรที่ได้รับจากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสียภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติเมื่อผู้ลงทุนขายคืน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรส่วนเกินทุนไว้ก่อน
ที่มา :
http://www.sec.or.th/infocenter/report/Content_0000000743.jsp?categoryID=CAT0000292&lang=th

ยกเว้นในกรณีที่ผู้ลงทุนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจะถือว่าไม่ผิดเงื่อนไขการลงทุน

ส่วนถ้าใครครบ 5ปีแล้วยังไม่ขาย จะรอให้ราคาหน่วยลงทุนสวยๆก่อนแล้วค่อยขายก็ไม่ว่ากัน

อ้อ อันนี้หลายคนไม่รู้ เค้าห้ามขายก่อน 5 ปีปฎิทิน แต่ระหว่างนั้นเราสามารถสับเปลี่ยนสลับไปมาระหว่าง กอง LTF ด้วยกันได้นะ นอกจากนี้ยังสามารถ โอน LTF ของเราไปยังกอง LTF ของ บลจ. อื่นได้ด้วย ไม่ผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด

อันนี้เป็นตัวอย่างการสับเปลี่ยน และตัวอย่างอื่นๆ ตามไปอ่านกันเองนะ

http://topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2010/03/I9047384/I9047384.html
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I9820477/I9820477.html
http://www.aimc.or.th/80aimc_webboard_detail.php?question=Q0612261907bzbxMTkwNy16ei0x

คำเตือน
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน!!

16 ตุลาคม 2553

LTF คืออะไร


ไหนๆก็เกริ่นเรื่อง LTF สามารถนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ถึงแค่ปี 2559 กันไปแล้ว วันนี้มาเข้าเรื่องเกี่ยวกับ LTF ให้ลงลึกกันอีกหน่อยดีกว่า ใกล้จะสิ้นปีแล้วด้วย

LTF(ย่อมาจาก Long Term Equity Fund)หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมแบบพิเศษที่ให้สิทธิผู้ลงทุนนำเงินลงทุนในแต่ละปีมาใช้ลดหย่อนภาษีได้

โดยสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15%ของรายได้ในแต่ละปีแต่ต้องไม่เกิน 500,000บาท ซื้อปีไหนก็ใช้ลดหย่อนภาษีของปีนั้น(ซึ่งปีนี้ก็จะหมดเขต 31ธ.ค.นี้)แต่ต้องถือต่อไปอีกให้ครบ 5ปีปฏิทินถึงจะขายคืนได้

ยิ่งฐานภาษีสูงมากก็ยิ่งประหยัดได้มาก

ซึ่ง LTF แต่ละบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนก็จะมีรายละเอียดแยกย่อยแตกต่างกันไป เช่น สัดส่วนการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้,มีปันผล,ไม่มีปันผล,ลงทุนในตลาด SETหรือ MAI แต่หลักๆ คือต้องมีการนำไปลงทุนในหุ้นด้วย

วันนี้ขอยกตัวอย่างกองทุน LTF ของบลจ.ไทยพาณิชย์ กับ บลจ.กสิกรมาให้ดู เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ใครรับความเสี่ยงได้น้อยก็เลือกที่ลงในหุ้นน้อยๆแล้วกันนะ

LTF ของบลจ.ไทยพาณิชย์
มีทั้งหมด 6กองทุน แบ่งเป็น 2รูปแบบตามความเสี่ยง

เสี่ยงน้อย ด้วยลักษณะกองทุนที่ออกแบบมา เพื่อลดความผันผวนจากหุ้นให้ต่ำลง
SCBLT1 - ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30
:: มีนโยบายการจ่ายปันผล
:: จะมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 70% ที่เหลือจะเป็นตราสารหนี้

SCBLTS - ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวสมาร์ท
:: ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล
:: มีการลงทุนใน SET50 Index Futures ในทิศทางที่ใช้หักล้างกับตลาดหุ้น ทำให้ลดความผันผวนจากตลาดหุ้นได้เกือบ 40%


เสี่ยงมาก ด้วยลักษณะการลงทุนในหุ้นอย่างเต็มที่ แต่ในบางช่วงเวลาก็จะมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนบ้างเล็กน้อย
SCBLT2 - ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว พลัส
:: ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล
:: ลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET50 ที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ ประมาณ 90%

SCBLT3 - ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว เอ็มเอไอ
:: ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล
:: กระจายการลงทุนในหุ้นที่หลากหลาย
: กลุ่มหุ้น SET50 ประมาณ 40%
: กลุ่มหุ้นที่อยู่ในกลุ่มล่างของ SET100 และ MAI ประมาณ 40%
: ที่เหลือประมาณ 20% จะปรับเปลี่ยนตามสภาวะการณ์ รวมถึงมีการลงทุนใน SET50 Index Futures ด้วย


SCBLT4 - ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์
:: มีนโยบายการจ่ายปันผล
:: มีการกระจายไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศประมาณ 5 - 10% (SCBPGF, SCBAEM)

SCBLTT - ไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต
:: มีนโยบายการจ่ายปันผล
:: เป็นรูปแบบผสมที่หลากหลายการลงทุน เหมือนเป็นตัวรวมของ LTF ทั้ง 5 กองทุนข้างต้น

LTF ของบลจ.กสิกร มี 6 กองทุน
เริ่มตั้งแต่กองทุน LTF ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ไปยัง LTF ที่มีความเสี่ยงต่ำ ดังนี้

1) เค 20 ซีเล็คท์ หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) ลงทุนในหุ้นขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 20 บริษัท มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้น โดยเลือกเฉพาะหุ้น ที่มีศักยภาพสูง 20 อันดับแรก

2) เค โกรท หุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) ลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง มีนโยบายจ่ายปันผล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเจริญ เติบโตสูงในอันดับต้นๆ

3) เค หุ้นระยะยาว (KEQLTF) ลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ไม่จ่ายปันผล
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้น โดยกระจายการลงทุนในหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม

4) เค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) ลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้น โดยกระจายการลงทุนในหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม

5)เค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ลงทุนในหุ้นไม่เกินร้อยละ 70 มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นได้บ้าง

6) เค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟ หุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) ลงทุนในหุ้น และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากหุ้นมีนโยบายจ่ายปันผล
เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นได้น้อยมาก


ส่วนรายละเอียด LTF ของบลจ.อื่นๆไปหาเพิ่มกันเอาเองนะจ๊ะ ^^

หลักการเลือกบลจ.ก็เหมือนๆกับซื้อกองทุนทั่วไปตามที่เคยเขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น ดูความสะดวกในการซื้อ ดูผลประกอบการณ์ ฯลฯ อ้อ มีตารางแสดงผลการดำเนิงงานกองทุนมาเป็นตัวช่วยพิจารณาให้ด้วย คลิกตามลิงก์ไปเลยนะจ๊ะ

ตารางแสดงผลการดำเนินงานกองทุน LTF

แล้วครั้งต่อไปจะมาเจาะลึกกันลงไปอีก วันนี้ยาวไปละ เดี๊ยวจะขี้เกียจอ่านกันซะก่อน

ฝันดีจ้า

27 กันยายน 2553

LTF นำมาลดหย่อนภาษีได้ถึงเมื่อไร


จะบอกว่าว่างจัดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ก็นั่งเสริชโน่นนี่ หาอะไรอ่านไป เลยไปได้เจ้านี่มา ก็เลยเอามาแบ่งให้อ่านกัน ไหนๆก็ดันให้เล่นกองทุนกันมาแล้ว มาสนใจ LTF กันด้วยจะเป็นไร

ช่วงที่ผ่านมา มีหลายท่านถามว่า "ได้ยินว่า เงินที่นำมาซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF จะนำมาหักลดหย่อนภาษี ได้จนถึงปี 2550 เท่านั้นหรือ????"

ข้อเท็จจริง คือ

1.DEADLINE เรื่อง 30 มิถุนายน 2550 เป็นระยะเวลาสิ้นสุดที่ บลจ. ต่างๆจะตั้งกองทุน LTF กองใหม่ๆได้

คือ ถ้า บลจ. ต่างๆ จะจัดตั้งกองทุน LTF กองใหม่ๆ ขึ้น ต้องทำให้เรียบร้อยภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550 (กฎหมายกำหนดว่า บริษัทจัดการกองทุนรวม ต้องนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว มาจดทะเบียนเป็นกองทุนรวมต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550 )

ดังนั้น DEADLINE เรื่อง 30 มิถุนายน 2550 จริงๆ เป็นเรื่องของ บลจ. ต่างๆ ในการจัดตั้ง LTF กองทุนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 30 กองทุน ภายใต้การจัดการของ 18 บลจ.

ปี 2550 จึงไม่ใช่ กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดที่ผู้ลงทุนจะนำค่าซื้อ LTF ไปหักภาษีเงินได้

2.ผู้ลงทุนใน LTF สามารถนำค่าซื้อหน่วยลงทุนของ LTF ไปหักลดหย่อนภาษีได้ถึง ปี2559

คือ ถ้าท่านผู้ลงทุน ลงทุนตามเกณฑ์ของ LTF อย่างถูกต้อง ก็ยังสามารถนำเงินค่าซื้อ LTF ไปหักลดหย่อนภาษีได้ โดยลงทุนซื้อ LTF ในปีใด ก็นำไปหักลดหย่อนภาษีได้ เฉพาะปีที่ซื้อเท่านั้น ทำอย่างนี้ได้เรื่อยไป จนถึงปี2559 ค่ะ


และจะลงทุนกับ LTF กองใดๆ ของ บลจ.ใดๆ ก็ได้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีตามที่กฎหมายกำหนดเหมือนกัน

และอย่าลืมว่า เงื่อนไขข้อหนึ่งที่กฎหมายกำหนด คือผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนของ LTF ที่ซื้อแต่ละยอดนั้นไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน โดยในปีสุดท้าย คือ ปี2559 ที่เราจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ LTF นี้ ผู้ลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนในปี2559 ก็ต้องถือหน่วยลงทุนยอดที่ซื้อในปี2559 นี้ไปอีก 5 ปีปฏิทิน คือ ถือไปจนถึงปี2563 จึงจะถือว่าปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ที่มา: http://www.jarataccountingandlaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=425535&Ntype=6

แล้วจะทะยอยหาข้อมูล LTF ภาคต่อมาฝากละกันนะจ๊ะ ^^